การจัดซื้ออย่างยั่งยืน
การจัดซื้ออย่างยั่งยืน
บทนำ
ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
แนวปฏิบัติด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ มุ่งตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในประเด็นความยั่งยืนสำคัญที่รวมถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน และการต่อต้านด้านคอร์รัปชัน ในขณะที่ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะกรอบการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Public Procurement: GPP) ที่อยู่ระหว่างการขยายผล และร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา อาจก่อให้เกิดแรงกดดันทั้งในด้านการเงินและการดำเนินงานแก่ผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ หากขาดแนวปฏิบัติด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนที่เพียงพอ คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอาจต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของคู่ค้าเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อเนื่องกลับมายังความต่อเนื่องในการดำเนินงานและความยืดหยุ่นของกลุ่มบริษัทฯ อีกด้วย
แนวทางการบริหารจัดการ
นโยบายและความมุ่งมั่น
แนวปฏิบัติ
กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ โดยผนวกการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในประเด็นสำคัญ เช่น สิทธิมนุษยชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการคอร์รัปชัน เป็นต้น เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบดั้งเดิม
เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในด้านต้นทุนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน กลุ่มบริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (ESG Supply Chain Program) เพื่อมุ่งสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในการพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกันตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า เพิ่มเติมจากการบริหารจัดการแบบดั้งเดิมที่คำนึงถึงเพียงคุณภาพ ราคา กำลังการผลิต และประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าของคู่ค้า
โครงการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืนและกำกับดูแลกิจการที่ดี และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท โดยพนักงานจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงหน่วยงานหรือผู้มีส่วนได้เสียภายในที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และการฝึกอบรมที่จำเป็นต่อการดำเนินโครงการฯ เป็นอย่างต่อเนื่อง
โครงการประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. การรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ
การรับทราบและยอมรับจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจของคู่ค้า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญช่วยให้มั่นใจได้ว่าคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ เข้าใจและส่งเสริมการดำเนินงานที่สอดคล้องและโปร่งใสตามแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดีของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งนี้ เพื่อการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทานและความรับผิดชอบต่อสังคมและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
กลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดความคาดหวังขั้นพื้นฐานของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนไว้ในจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ โดยเริ่มจากกำหนดให้กลุ่มคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อการผลิตยางมะตอยของกลุ่มบริษัทฯ (Critical Suppliers) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มคู่ค้าวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ ลงนามรับทราบความคาดหวังดังกล่าว
2. การคัดกรองคู่ค้า
เพื่อระบุความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าเบื้องต้น กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาเครื่องมือคัดกรองคู่ค้าด้านความยั่งยืน (ESG Supplier Screening Tool) โดยพิจารณาจากข้อมูลสาธารณะและข้อมูลภายในของกลุ่มบริษัทฯ ในลักษณะ Desktop Review ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ ดังนี้
- ข้อมูลสาธารณะ งานวิจัยและรายงานระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยพิจารณาในสามระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ระดับอุตสาหกรรม และระดับสินค้า
- ข้อมูลภายใน ข้อมูลที่กลุ่มบริษัทฯ คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 3 หมวดหมู่ที่ 1 สินค้าและบริการที่จัดซื้อ (Category 1: Purchased Goods and Services) ของคู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ นำผลลัพธ์จากเครื่องมือคัดกรองดังกล่าวมาจัดกลุ่มคู่ค้าตามระดับความเสี่ยงออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ความเสี่ยงระดับสูง ความเสี่ยงระดับปานกลาง และความเสี่ยงระดับต่ำ โดยคู่ค้าที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับสูง จะเข้าสู่กระบวนการการตรวจประเมินคู่ค้าในในขั้นตอนถัดไป
3. การตรวจประเมินคู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาแบบประเมินและชุดคำถามสำหรับการตรวจประเมิน โดยอ้างอิงจากมาตรฐานแรงงานไทย และจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ ที่ครอบคลุมประเด็นการดำเนินงานในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล เพื่อใช้ในการตรวจประเมินการดำเนินงานของคู่ค้าด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การตรวจประเมินประกอบด้วยการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Desktop Assessment) ก่อนการตรวจสอบหน้างานโดยบุคลากรของกลุ่มบริษัทฯ (Second-Party Audit) ในรูปแบบการลงพื้นที่หรือการประชุมออนไลน์ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจประเมินคู่ค้า กลุ่มบริษัทฯ จะแจ้งผลการตรวจให้คู่ค้ารับทราบ และให้คำแนะนำเพิ่มเติม (หากมี) เพื่อการพัฒนาการดำเนินงาน
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้า โดยผลการประเมินโดยรวมพบว่า คู่ค้ามีระดับการปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
4. การพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ และการสนับสนุนทางเทคนิคเชิงลึก เพื่อยกระดับขีดความสามารถของคู่ค้าในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 5 (Green Network)
นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ในอนาคต และการขยายผลของการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินการกำหนดแนวทางและเป้าหมายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
โครงการโดดเด่น
การฝึกอบรมของพนักงงาน
เพื่อความพร้อมในการดำเนินการโครงการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการจัดฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับพนักงานจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานจัดซื้อจัดจ้างในการคัดกรองและตรวจสอบคู่ค้าด้านความยั่งยืน และสามารถให้คำแนะนำแก่คู่ค้าได้
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนและกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ให้แก่พนักงานจัดซื้อจัดจ้าง โดยอ้างอิงตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs)
อุตสาหกรรมสีเขียว
กลุ่มบริษัทฯ มุ่งส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน พร้อมสนับสนุนคู่ค้าและผู้ส่งมอบในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการมีส่วนร่วมในเครือข่ายอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry Network)
ในปี 2568 โรงงานผลิตยางมะตอยของกลุ่มบริษัทฯ ในประเทศไทยได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 5 (Green Network) ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนไปยังคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
